รถปูนจากบริษัทจำหน่ายคอนกรีตผสมเสร็จ กำลังเทปูนลงพื้น
February 14, 2026

วิธีเลือกกำลังอัดคอนกรีตและค่าการยุบตัว สำหรับงานก่อสร้าง

 

Key takeaway: แนะนำคู่มือเลือกซื้อคอนกรีตผสมเสร็จที่ถูกต้อง เพื่อโครงสร้างที่แข็งแรงและทนทาน คือการพิจารณา 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ กำลังอัดคอนกรีต (Compressive Strength) ซึ่งบ่งบอกความสามารถในการรับน้ำหนัก เช่น 180-210 Ksc (Cylinder) สำหรับงานพื้นทั่วไปที่ไม่ต้องรับกำลังมาก, 240-280 Ksc (Cylinder) สำหรับงานโครงสร้างหลัก และค่าการยุบตัว (Slump) ซึ่งบ่งบอกความข้นเหลวที่เหมาะสมกับวิธีการเท เช่น 5-10 เซนติเมตร สำหรับงานเทพื้นทั่วไป, 10 เซนติเมตร ขึ้นไปสำหรับงานปั๊มคอนกรีต โดยการเลือกค่าที่ตรงตามประเภทงาน จะช่วยให้ทำงานได้ง่าย และ ลดความเสี่ยงต่างๆ ซึ่งจะทำให้งานก่อสร้างได้มาตรฐานตามหลักวิศวกรรม

สำหรับผู้ใช้งานหรือผู้ประกอบการธุรกิจก่อสร้าง การเลือกคอนกรีตที่เหมาะสมกับงานเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้การสร้างบ้านหรืออาคารมีความแข็งแรง ทนทาน และมีอายุการใช้งานได้นาน ซึ่งสำหรับมือใหม่หรือผู้ที่ต้องการเพิ่มความมั่นใจในการเลือกคอนกรีตผสมเสร็จ เราจะมาแนะนำคู่มือเลือกซื้อคอนกรีตผสมเสร็จที่เหมาะสมกับงานก่อสร้างแต่ละประเภท รวมถึงการเลือกค่ากำลังอัดคอนกรีตและค่าการยุบตัวที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง คุ้มค่า และลดความเสี่ยงในงานก่อสร้างระยะยาว

 

คอนกรีตผสมเสร็จคืออะไร ?

คอนกรีตผสมเสร็จ (Ready-Mixed Concrete) คือ คอนกรีตที่ผสมวัตถุดิบทุกอย่างมาเรียบร้อยแล้วจากโรงงาน ไม่ว่าจะเป็นปูนซีเมนต์ ทราย หิน น้ำ และสารผสมเพิ่ม (น้ำยาผสมคอนกรีต) ในสัดส่วนที่แม่นยำ โดยใช้เครื่องจักรและระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมคุณภาพ ก่อนจัดส่งไปยังหน้างานด้วยรถโม่คอนกรีต ทำให้คอนกรีตที่ได้มีคุณภาพสม่ำเสมอ ตรงตามมาตรฐาน และพร้อมใช้งานทันที

การเลือกใช้คอนกรีตผสมเสร็จจะช่วยลดขั้นตอนการผสมเองที่หน้างาน เพิ่มความแม่นยำของสัดส่วนวัสดุ ทำให้ประหยัดเวลาแรงงาน และเพิ่มความมั่นใจในความแข็งแรงของโครงสร้าง

 

ความสำคัญของการเลือกคอนกรีตผสมเสร็จให้เหมาะกับงานก่อสร้าง

การเลือกคอนกรีตผสมเสร็จที่เหมาะสมกับประเภทของงานก่อสร้างเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะคอนกรีตแต่ละประเภทมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เช่น ความแข็งแรง ความหนืด และค่าการยุบตัว ซึ่งล้วนมีผลโดยตรงต่อความคงทนและความปลอดภัยของโครงสร้าง การเลือกใช้คอนกรีตที่ตรงกับความต้องการจะช่วยให้โครงการก่อสร้างเสร็จตามกำหนดเวลา และลดความเสี่ยงจากการใช้วัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน

 

กำลังอัดคอนกรีตกับงานก่อสร้างแต่ละประเภท

กำลังอัดคอนกรีต (Compressive Strength) คือ ค่าที่บ่งบอกถึงความสามารถของคอนกรีตในการรับน้ำหนักต่อหน่วยพื้นที่ โดยมักใช้หน่วยเป็นกิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร และเรียกกันติดปากว่าค่า “Ksc” (Kilograms per Square Centimetre) ซึ่งแบ่งตามรูปทรงของก้อนตัวอย่างที่ใช้ทดสอบ ได้แก่ ทรงลูกบาศก์ (Cube) และทรงกระบอก (Cylinder)

การเลือกกำลังอัดที่เหมาะสมกับประเภทงาน มีแนวทางเบื้องต้น ดังนี้

  • งานพื้นทั่วไปและทางเดิน เช่น ลานจอดรถ พื้นบ้านชั้นเดียว หรือพื้นที่เดินรอบบ้าน ควรเลือกใช้ค่ากำลังอัดคอนกรีตเทพื้นประมาณ 180-210 Ksc (Cylinder) ซึ่งเพียงพอต่อการรับน้ำหนักการเดินและการจอดรถยนต์ส่วนบุคคล
  • งานโครงสร้างหลัก เช่น เสา คาน และฐานรากของอาคาร 2 ชั้นขึ้นไป ส่วนนี้เป็นส่วนที่รับน้ำหนักอาคารทั้งหมด จึงควรเลือกใช้คอนกรีตที่มีกำลังอัดสูงขึ้นอยู่ในช่วง 240-280 Ksc (Cylinder) เพื่อความมั่นคงสูงสุดแข็งแรง

การระบุค่ากำลังอัดคอนกรีตที่ถูกต้อง จะช่วยให้โครงสร้างมีความแข็งแรง ทนทาน ตามหลักวิศวกรรม และช่วยให้บ้านของคุณมีอายุการใช้งานยาวนาน

 

รถขนปูนจากบริษัทจำหน่ายคอนกรีตผสมเสร็จ มาเทที่หน้างาน

 

ค่าการยุบตัว (Slump) คืออะไร ? สำคัญอย่างไรต่อการเลือกซื้อคอนกรีต

ค่าการยุบตัว (Slump) คือการวัดความข้นเหลวของคอนกรีต ซึ่งจะใช้ในการทดสอบการไหลตัวของคอนกรีตสด โดยการทำ Slump Test เพื่อหาค่าการยุบตัวจะบอกถึงความสามารถในการไหลตัวของคอนกรีต ซึ่งมีผลต่อการเลือกใช้ในงานต่าง ๆ เช่น

  • Slump ต่ำ หมายถึง คอนกรีตข้นหรือหนืดเหนียว คอนกรีตประเภทนี้จะเกาะตัวกันดี เหมาะสำหรับงานเทพื้นที่ต้องมีความลาดเอียง หรือโครงสร้างหนา ๆ เช่น ฐานรากขนาดใหญ่ หรือการเทพื้นดาดฟ้า หรือพื้นลาดเอียงเพื่อไม่ให้คอนกรีตไหลไปรวมกันที่จุดต่ำสุด
  • Slump สูง หมายถึง คอนกรีตมีความเหลวมาก คอนกรีตจะไหลตัวได้ง่ายมาก เหมาะสำหรับงานที่ต้องใช้เครื่องจักรช่วย หรือพื้นที่ที่มีอุปสรรคในการเท เช่น งานใช้ปั๊มคอนกรีตส่งขึ้นที่สูง หรือการเทเสาเข็มเจาะ

 

การเลือกค่าการยุบตัวให้เหมาะกับงานแต่ละประเภท

การเลือกค่ายุบตัว (Slump) ที่เหมาะสมกับงานก่อสร้างจะช่วยให้การเทคอนกรีตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยทั่วไปจะเลือกค่าการยุบตัวตามลักษณะของงาน ดังนี้

  • งานพื้นทั่วไป ควรใช้ Slump ประมาณ 5-10 เซนติเมตร เพื่อให้เทง่ายและอัดแน่นได้ดี
  • งานที่ใช้ปั๊มคอนกรีต ควรใช้ Slump ตั้งแต่ 10 เซนติเมตรขึ้นไป เพื่อให้คอนกรีตสามารถลำเลียงผ่านท่อปั๊ม และไหลเข้าสู่แบบได้ทั่วถึง
  • งานโครงสร้างที่มีเหล็กเสริมแน่นหรือพื้นที่แคบ ควรใช้ Slump ประมาณ 15-20 เซนติเมตร เพื่อช่วยให้คอนกรีตไหลผ่านเหล็กเสริมได้ง่าย ลดช่องว่างภายในที่อาจเกิดขึ้นกรณีการจี้เขย่าคอนกรีตทำได้ไม่ทั่วถึง

 

ขั้นตอนการเลือกคอนกรีตให้เหมาะกับงานเพื่อการก่อสร้างที่แข็งแรง

การเลือกคอนกรีตผสมเสร็จ ต้องดูที่กำลังอัดและค่าการยุบตัว รวมถึงยังต้องคำนึงถึงรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อให้ทุกโครงสร้างในการก่อสร้างมีความแข็งแรงและทนทานในระยะยาว ดังนี้ 

  • ระบุประเภทของงาน โดยกำหนดให้ชัดเจนว่าเป็นงานเทพื้น งานฐานราก หรืองานโครงสร้าง เพื่อเลือกสูตรคอนกรีตให้ตรงความต้องการ
  • เลือกกำลังอัดที่เหมาะสม ตามข้อกำหนดของงาน เช่น พื้น ลานจอดรถ หรือเสาเข็มเจาะ
  • ระบุค่าการยุบตัว ควรเลือกค่าการยุบตัว (Slump) ที่เหมาะสมกับวิธีการเท เช่น เทโดยใช้มือ เทโดยใช้รถโม่ชู๊ตปูน หรือเทโดยใช้ปั๊มคอนกรีต
  • เลือกผู้ผลิตและจำหน่ายคอนกรีตผสมเสร็จ จากโรงงานที่มีระบบมาตรฐาน มอก. และมีเอกสารรับรองคุณภาพชัดเจน
  • มีระบบ GPS สามารถตรวจเช็กข้อมูลการจัดส่ง ตรวจสอบระยะเวลาขนส่งจากโรงงานถึงหน้างาน เพื่อให้คอนกรีตยังคงคุณภาพ ไม่แข็งตัวก่อนถึงที่หมายปลายทาง

 

หากคุณกำลังมองหาผู้ให้บริการจำหน่ายคอนกรีตผสมเสร็จที่ได้มาตรฐาน พร้อมคำแนะนำจากทีมงานมืออาชีพ ORC Premier พร้อมให้บริการคอนกรีตผสมเสร็จหลากหลายสูตร รองรับงานก่อสร้างทุกประเภท และให้คำปรึกษาฟรีเพื่อช่วยเลือกคอนกรีตที่เหมาะกับงานของคุณมากที่สุด

สอบถามเพิ่มเติมได้ผ่านช่องทางเหล่านี้

Tel: 061-558-5558

LINE: @ORCCONCRETE

Facebook: ORC คอนกรีต

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลือกซื้อคอนกรีตผสมเสร็จ (FAQs)

Q : กำลังอัดคอนกรีตที่ระบุว่า ‘Ksc’ นั้นเป็นการวัดค่าที่อายุเท่าไร ?

A : โดยทั่วไปค่ากำลังอัดคอนกรีต ที่ระบุไว้ในแต่ละสูตรจะวัดเมื่อคอนกรีตมีอายุ 28 วัน (28 Days) ซึ่งเป็นช่วงที่คอนกรีตพัฒนากำลังอัดได้อย่างเต็มที่และใช้ระบุเป็นเกณฑ์ในการออกแบบโครงสร้างตามหลักวิศวกรรม

Q : ทำไมงานที่ใช้ปั๊มคอนกรีตจึงต้องใช้คอนกรีตที่มีค่าการยุบตัว (Slump) สูง ?

A : งานที่ใช้ปั๊มคอนกรีตควรกำหนดค่าการยุบตัวที่ 10 เซนติเมตรขึ้นไป เพื่อให้คอนกรีตมีความข้นเหลวมากพอที่จะไหลผ่านท่อปั๊มได้อย่างราบรื่น และสามารถไหลเข้าสู่แบบหล่อในพื้นที่ที่มีเหล็กเสริมแน่นหรือพื้นที่แคบได้อย่างทั่วถึง

Q : คอนกรีตผสมเสร็จมีระยะเวลาที่ต้องเทให้เสร็จภายในกี่ชั่วโมงหลังออกจากโรงงาน ?

A : ตามมาตรฐานทั่วไป คอนกรีตผสมเสร็จควรเทให้เสร็จภายใน 1.5-2.5 ชั่วโมง นับตั้งแต่การผสมน้ำครั้งแรกที่โรงงาน เพื่อให้มั่นใจว่าคอนกรีตยังคงคุณภาพ และสามารถทำงานได้ง่ายก่อนที่จะเริ่มแข็งตัวและลดค่าการยุบตัว

Q : การเลือกใช้คอนกรีตผสมเสร็จที่ไม่ได้มาตรฐาน มอก. จะมีผลเสียอย่างไรต่อโครงสร้าง ?

A : คอนกรีตที่ไม่ได้มาตรฐานจะมีความแข็งแรงและความทนทานไม่เป็นไปตามที่กำหนด ทำให้โครงสร้างมีความเสี่ยงที่จะเกิดการแตกร้าว เสียหาย หรือมีอายุการใช้งานสั้นกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและปลอดภัยในระยะยาวของอาคาร